โปรโมทเว็บไซต์ R7eeq72.com

5Dec/11Off

พริก

genting crown พริกเป็นพืชที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทย นอกจากประโยชน์ในด้านการปรุงแต่งรสชาติทางอาหารแล้ว การใช้พริกเป็นยาทาภายนอกเพื่อลดความเจ็บปวด
จากการที่ capsaicin สามารถลดความรู้สึกเจ็บปวดได้จึงมีผู้นำมาใช้เป็นยาภายนอก โดยปกติแล้วจะอยู่ในรูปครีม โดยมี capsaicin 0.025 - 0.075 % ใช้บรรเทาอาการปวดเนื่องจากโรคข้ออักเสบ (osteoarthritis และ rheumatoid arthritis) โดยใช้ทา 3 - 4 ครั้งต่อวัน อย่างน้อยเป็นเวลา 2 - 4 สัปดาห์ capsaicin จะเสริมฤทธิ์ยาแก้ปวดอื่นๆ เช่น methyl salicylateนอกจากนี้ วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือสามารถยุติหรือขัดขวางบทบาทของอนุมูลอิสระ (free radicals) ที่จะก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์จนเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด สารเบตาแคโรทีนในพริกช่วยลดอัตราการเสี่ยงของโรคมะเร็งในปอด และในช่องปาก คนที่รับประทานผักที่มีสารเบตาแคโรทีนน้อย จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนที่รับประทานผักที่มีเบตาแคโรทีนสูงถึง 7 เท่าในปัจจุบันมีการใช้สารแคปไซซินเป็นส่วนประกอบของขี้ผึ้ง ใช้บรรเทาอาการปวดอันเนื่องมาจากผดผื่นคันและอาการผื่นแดงบริเวณผิวหนัง รวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากเส้นเอ็น โรคเกาต์ หรือโรคข้อต่ออักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ผลการทดลองใหม่ๆยังบ่งชี้ว่าสารแคปไซซินช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรนลงได้ พริก...ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและอารมณ์ดี เนื่องจากสารแคปไซซินมีส่วนในการส่งสัญญาณให้ต่อมใต้สมองสร้างสาร เอนดอร์ฟิน (endorphin มาจากคำว่า endogenous morphine) ขึ้นสำหรับความเผ็ดที่วัดได้จากพริกขี้หนูสวนบ้านเรานั้นจะอยู่ที่ 50,000-100,000 สโกวิลล์ ในขณะที่สารแคปไซซินบริสุทธิ์นั้นมีค่าประมาณ 15,000,000-16,000,000 สโกวิลล์ ส่วนพริกที่ได้รับการบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊กว่าเผ็ดที่สุดในโลกก็คือ พริกฮาบาเนโร จากเรด ซาบีนา วัดค่าได้ถึง 350,000-577,000 สโกวิลล์...เลยทีเดียวgenting crown
genting crown

25Nov/11Off

ข้าวโอ๊ต ( Oat )

genting crown งานวิจัยทางด้านคลินิกมากกว่า 50 รายงานที่ชี้ว่า ข้าวโอ๊ต ชนิดเกล็ดหรือชนิดสำเร็จรูปช่วยลดคอเลสเทอรอล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Minnesota ไำด้วิเคราะห์จากงานวิจัยทางคลินิกกว่า 20 งาน พบว่าหากบริโภคข้าวโอ๊ตสุกวันละ 1/2 ถ้วยตวง จะสามารถลดคอเลสเทอรอลโดยเฉลี่ยได้ถึง 6 มก./ดล. ซึ่งมีความหมายกับสุขภาพอย่างมากเพราะทุกๆ 1% ที่คอเลสเทอรอลลดลงจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจถึง 2%นอกจากนั้นยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อร่างกายใช้อินซูลินนน้อยลงทำให้เรารู้สึกอิ่มนาน ไม่หิวระหว่างวัน ข้าวโอ๊ตจึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างยิ่ง สำคัญที่สุดคือ ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจ การรับประทานข้าวโอ๊ตสม่ำเสมอ ช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติและช่วยลดการสะสมคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ตวันนี้เรามีเรื่องน่ารู้ดีๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของข้าวโอ๊ตและประโยชน์ของข้าวโอ๊ต ถ้าพูดถึงส่วนผสมของอาหารธัญญาพืชที่มีวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปก็แน่นอนว่าจะต้องมีส่วนผมสของข้าวโอ๊ดอย่างแน่นอน แต่หลายๆ คนก็คงจะยังจะนึกน่าจะไม่ออกหรือยัง งง อยู่ว่าประโยชน์ของข้าวโอ๊ตดีต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกถึงสรรพคุณ / ประโยชน์ของข้าวโอ๊ตข้าวโอ๊ตมักนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารเช้าเพราะเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานสูงแต่ให้ไขมันที่ต่ำ มีวิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างทันทีและสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ข้าวโอ๊ตจึงนับเป็นอาหารที่ทำให้เราได้รับสารอาหารที่หลากหลาย มีเส้นใยมาก ทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายโดยเฉพาะลำไส้เราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก จึงดูดซึมน้ำตาลไขมันของเสียต่างๆ ได้ดีตอนเช้าๆ ลองซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยหรือนมสดสักแก้วแล้วผสมข้าวโอ๊ตลงไป (หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปค่ะ) พร้อมลูกเกด ผลไม้สดต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสง ช่วยเพิ่มพลังให้เช้านี้อย่างสดใสอิ่มท้องอยู่นานไปจนมื้อเที่ยงเลยนอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังสามารถนำมาใช้บำรุงความสวยความงามของสาวๆ กันได้อีกมากมาย นำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เช่น แชมพู โลชั่นทาผิว สบู่ข้าวโอ๊ต เพราะข้าวโอ๊ตมีวิตามินอีเป็นกลีเซอรีนตามธรรมชาติ คงความชุ่มชื่นของผิวได้ดี นอกจากนี้เรายังสามารถนำข้าวโอ๊ตมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาสครับผิวได้อีกด้วยค่ะ หรือสามารถนำมาผสมน้ำอาบช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นแต่ไม่มันเพราะมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยดูดซับความมันออกจากผิวได้genting crown
genting crown