ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
royal hill ในปี 2000-2001 สถิติทำ 9 ประตูใน 11 เกมในฤดูกาล ทำให้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมดังของแห่งศึกบุนเดสลีกา ตัดสินใจคว้าตัวดาวเตะชาวบัลแกเรียน มาช่วยล่าตาข่ายในเดือนม.ค. 2001จาการออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 24 นัด 2 ฤดูกาลถัดมา เบอร์บาตอฟ เริ่มทำผลงานได้ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยสอยไปอีก 46 ประตู ซึ่งรวมถึง 5 ประตู ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2004-05 และนั่นทำให้เขาเริ่มกลายเป็นที่สนใจของหลายสโมสรดังในยุโรป ทว่า สุดท้ายกลายเป็น ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังจากเกาะอังกฤษ ที่คว้าตัวรองดาวซัลโวบุนเดสลีก้า ฤดูกาล 2005-06 ไปครองด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร (ราว 800 ล้านบาท)ฤดูกาล 2007-08 เบอร์บาตอฟ ต้องเผชิญหน้ากับข่าวการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 ในเดือนม.ค. 2008 ซึ่งแม้ว่า ฆวนเด้ รามอส กุนซือของทีม จะออกมายืนยันหลายครั้งว่าสเปอร์ส ไม่มีความคิดที่จะขายศูนย์หน้าตัวเก่งรายนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลดกระแสข่าวลงได้เลย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เคยปิดบังว่าเขาชื่นชอบทักษะและสัญชาตญาณการทำประตูของ เบอร์บาตอฟ มากแค่ไหนเบอร์บาตอฟเปิดฉากชีวิตนักเตะ ด้วยการร่วมทีมซีเอสเคเอ โซเฟีย ยักษ์ใหญ่ของบัลแกเรีย ในขณะที่มีอายุเพียง 17 ปี เจริญรอยตาม อีวาน พ่อของเขา และหลังจากประเดิมนัดเปิดสนามกับทีมยักษ์ใหญ่ ในปี 1998-99 ด้วยวัยเพียง 18 ปี เบอร์บาตอฟ ก็เริ่มสร้างชื่อให้กับตัวเองอย่างรวดเร็วด้วยการทำ 14 ประตู ใน 27 นัด ในการลงเล่นในลีกนอกจากความโดนเด่นในระดับสโมสรแล้ว เบอร์บาตอฟยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ บัลแกเรีย สร้างผลงานจนได้รับเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2002, 2004 2005 และ 2007 ตัวแดงในสมุดพกของดิมิตาร์ เบอร์มาตอฟ มีแค่ครั้งที่เขาสังกัดอยู่ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งเขี่ยแมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนเมษายน ปี 2002 โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมนีroyal hill
